5 สิ่งที่คุณพ่อมือใหม่ต้องรู้

ปัจจุบันพบว่าในประเทศไทยมี "อัตราการเลี้ยงเดี่ยว" เพิ่มสูงขึ้นเป็นจำนวนมากโดยเฉพาะอัตราที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องก็คือ "คุณพ่อเลี้ยงเดี่ยว" จากอัตราดังกล่าวชี้ให้เห็นว่า คุณพ่อเริ่มเข้ามามีบทบาทในการเลี้ยงลูกมากขึ้นซึ่งต่างจากอดีตอย่างสิ้นเชิง

แน่นอนการเป็นSingle dad เพียงลำพังมันไม่ง่าย และย่อมส่งผลกระทบต่อชีวิตในหลายๆด้าน คุณพ่อหลายท่านจึงเกิดการกังวลว่าตนเองจะสามารถเลี้ยงดูลูกน้อยให้มีความสุขได้หรือไม่แม้กระทั่งค่าใช้จ่ายที่เพิ่มสูงขึ้น จนคุณพ่อหลายๆท่านถึงกับหมดกำลังใจไปตามๆ กัน

ต่อไปนี้เป็น 5 สิ่งที่คุณพ่อมือใหม่ต้องเตรียมพร้อมรับมือกับทุกอย่างที่กำลังเปลี่ยนแปลง

  1. ปัจจุบันอัตราการเป็นคุณพ่อเลี้ยงเดี่ยวมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้น จึงเห็นคุณพ่อเลี้ยงเดี่ยวกระเตงลูกน้อยไปไหนมาไหนด้วยกันแม้กระทั้งอุ้มลูกไปทำงาน นี่ไม่ใช่เทรน แต่การเป็นผู้ชายเลี้ยงลูก ไม่ใช่เรื่องผิดแปลก ผิดหูผิดตาอีกต่อไป คุณพ่อเลี้ยงเดี่ยวจึงเดินทางไปไหนมาไหนอย่างหมดความกังวล
    (ยุคสมัยเปลี่ยน ผู้ชายก็เลี้ยงลูกได้ ผู้หญิงก็ทำงานได้)
  2. คุณพ่อเลี้ยงเดี่ยวทุกๆท่านต้องทำใจยอมรับและหาวิธีปรับตัวเพื่อรับมือกับเสียงร้องระหว่างวัน หรือตลอดทั้งคืน จากลูกน้อย การนอนหลับอย่างสงบสุขจะหายไป การพักผ่อนอาจจะน้องลงไปบ้างแต่ก็ได้กำลังใจชั้นเยี่ยมมาเป็นแรงกระตุ้นให้เดินหน้าต่อไป
  3. ค่าใช้จ่ายเพิ่มสูงขึ้นมหาศาล เป็นเรื่องธรรมดาทั้งค่าอาหาร ค่านม ค่าผ้าอ้อม ค่าเล่าเรียน จิปาถะเยอะแยะไปหมดทั้งนี้ก็เป็นแรงกระตุ้นชั้นดีให้คุณพ่อมองหาช่องทางที่กว้างขึ้น รายได้เพิ่มขึ้นการเป็นอยู่ก็ต้องดีขึ้น
  4. คุณพ่อมือใหม่อาจจะกลายเป็นคนที่อ่อนโยนขึ้น“กรมสุขภาพจิต” แนะใช้ 6 ข้อ “FATHER” เพิ่มความอ่อนโยน “คุณพ่อ” เป็นตัวย่างที่ดีแก่ลูก 
    สร้างภูมิคุ้มกันความรุนแรง น.ต.นพ.บุญเรือง ไตรเรืองวรวัฒน์ อธิบดีกรมสุขภาพจิต กล่าวว่า ทุกวันนี้เรามักเห็นสถานการณ์ความรุนแรงในครอบครัวและสังคมเพิ่มมากขึ้น ซึ่งครอบครัวถือเป็นจุดเริ่มต้นที่สำคัญที่จะช่วยแก้ไขปัญหานี้ โดยเฉพาะผู้เป็น “พ่อ” เพราะความอ่อนโยนของพ่อสามารถสร้างความผูกพันในครอบครัวที่จะเป็นภูมิคุ้มกันปัญหาความรุนแรงได้ทั้งนี้ ขอแนะนำให้ลองนึกถึง คำว่า “พ่อ” หรือ “FATHER” แล้วนำไปปฏิบัติต่อกันในครอบครัว ได้แก่

F : FIRM คือ ความหนักแน่นมั่นคงทั้งด้านอารมณ์และความคิด ที่มีความสม่ำเสมอ เช่น มีความชัดเจนให้กับลูกในการดำเนินชีวิต ให้เขามีเวลาในการตื่น กิน เล่น นอน เป็นกิจวัตรแต่มีความยืดหยุ่นไม่ตึงเครียดจนเกินไป ตลอดจนให้ลูกมีโอกาสได้เรียนรู้ทำอะไรด้วยตนเอง ไม่โกรธแค้น หรือโมโห เมื่อลูกทำสิ่งผิดพลาดหรือไม่ถูกใจ ให้ใช้เหตุผลคุยกัน

A : Appreciative คือ ชื่นชมยินดีกับลูกเมื่อลูกทำในสิ่งที่ดีงาม การแสดงความยินดีด้วยท่าทีที่แสดงออกด้วยรอยยิ้ม หัวเราะ ปรบมือ และโอบกอดนั้น ล้วนส่งผลดีต่อบุคลิกภาพ ความเชื่อมั่นในตัวเองของลูก และทำให้เขารู้ถึงคุณค่าในตนเอง อีกทั้งยังสร้างความทรงจำที่แสนดีที่มีต่อ “พ่อ” ได้ตลอดไป

T : Tender คือ การแสดงความรักอย่างนุ่มนวล สัมผัสโอบกอดพูดจาต่อกันด้วยความสุภาพสร้างความรัก ความผูกพันบรรยากาศดีๆ ให้เกิดขึ้นในครอบครัว

H : Honest คือ ความซื่อสัตย์ จริงใจเป็นแบบอย่างของผู้นำครอบครัวที่มีความซื่อสัตย์ จริงใจให้ลูกเห็น เช่น ซื่อสัตย์และจริงใจ รักแม่ของลูกอยู่เคียงข้างและคอยดูแลกันมีปัญหาก็คุยกัน ช่วยกันแก้ไข ให้เกียรติและยกย่องกันและกัน ไม่ให้บุคคลที่สามเข้ามาเกี่ยวข้องในชีวิตคู่

E : Encouraging คือ การให้กำลังใจส่งเสริมให้ลูกได้ทำกิจกรรมที่เขาอยากทำด้วยความเต็มใจส่งเสริมให้ลูกมีจินตนาการและความคิดสร้างสรรค์ ปลอบประโลมและให้กำลังใจเมื่อลูกผิดหวังหรือรู้สึกท้อแท้

และ R : Responsible คือ ความรับผิดชอบ ทั้งในหน้าที่การงาน และชีวิตครอบครัวเป็นแบบอย่างที่ดีให้กับลูกด้านการประพฤติปฏิบัติตนที่ถูกต้องเป็นที่ปรึกษาและให้คำแนะนำในทุกๆ เรื่องประหยัดอดออมวางแผนการใช้จ่ายในครอบครัว ชักจูงให้ปฏิบัติในสิ่งที่ดีงามทำความดีมีหลักศาสนายึดเหนี่ยวจิตใจ เป็นต้น

“การสอนลูกให้ได้ผลดีที่สุด คือ ต้องทำให้ดูเป็นแบบอย่าง ไม่ใช่แค่เพียงคำพูด การทำให้ดูเป็นแบบอย่างจะทำให้เด็กจดจำและเลียนแบบพฤติกรรม ลักษณะนิสัยดีๆ ของพ่อได้ และความอ่อนโยนของพ่อ ย่อมสร้างความรักความผูกพันให้เกิดขึ้นในครอบครัว ซึ่งจะเป็นภูมิคุ้มกันปัญหาความรุนแรงในครอบครัวและสังคมได้เป็นอย่างดี” อธิบดีกรมสุขภาพจิตกล่า

อิสระภาพที่ขาดหายไป กิจกรรมกับคนรอบข้างลดน้อยลงหรืออาจจะหายไปไม่ใช่เพราะภาระที่ติดตัวมา แต่เป็นเพราะชีวิตต้องโตขึ้นต้องมีครอบครัว สร้างความมั่นคงให้ลูก และที่สำคัญคุณพ่อเลี้ยงเดี่ยวต้องเป็นตัวอย่างที่ดีให้แก่ลูก ไม่ว่าจะเรื่องอะไรก็ตาม
 

ติดตามกลยุทธ์ การเลี้ยงลูกอย่างถูกวิธีได้ที่ singlemom1970

Powered by MakeWebEasy.com