ระวัง “RSV” ไวรัสร้าย ภัยใกล้ตัว

เชื้อไวรัสที่ก่อให้เกิดโรคทางระบบทางเดินหายใจที่รุนแรง โดยเฉพาะอย่างยิ่งโรคหลอดลมอักเสบและปอดบวม ระบาดในช่วงปลายฤดูฝนต้นฤดูหนาว หรือช่วงที่มีอากาศเปลี่ยนแปลง RSV ติดต่อกันแบบ Droplet จากสารคัดหลั่ง น้ำมูก น้ำลาย ผ่านการไอ จาม และการสัมผัสโดยตรง

การรักษาการติดเชื้อไวรัส RSV

หากลูกน้อยหรือผู้ที่ที่ติดเชื้อได้เข้ารักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาลก็จะสามารถหายจากโรคได้ภายในเวลาไม่กี่วัน ซึ่งโดยทั่วไปจะหายเป็นปกติได้ภายใน 2 สัปดาห์ในกรณีที่ติดเชื้อไม่รุนแรง แต่ถ้าหากมีการติดเชื้อไวรัส RSV อย่างรุนแรง แพทย์จะให้ใช้เครื่องช่วยหายใจ ให้น้ำเกลือ และทำการดูดเสมหะให้เป็นระยะ รวมถึงอาจให้ยาปฏิชีวนะในการรักษาเพื่อฆ่าเชื้อแบคทีเรีย หากมีภาวะแทรกซ้อนเป็นโรคปอดบวม (ยาปฏิชีวนะไม่สามารถใช้ฆ่าเชื้อไวรัส RSV ได้ เพราะไม่ใช่เชื้อแบคทีเรีย)

เชื้อไวรัส RSV นั้นไม่มีวิธีการรักษาให้หายโดยตรงเช่นเดียวกับโรคไข้หวัด แต่คุณพ่อคณแม่สามารถบรรเทาอาการเจ็บป่วยให้ลูกน้อยหรือผู้ที่ติดเชื้อได้ ดังนี้

  • ลูกน้อยวัยยังไม่หย่านม คุณพ่อคุณแม่ควรให้ลูกน้อยดื่มนมบ่อยที่สุดเท่าที่ต้องการ หรือผู้ที่ติดเชื่อต้องให้คนไข้ดื่มน้ำเยอะๆ เพื่อไม่ให้ร่างกายขาดน้ำ
  • หยอดน้ำเกลือ 2-3 หยดลงในรูจมูกเพื่อละลายน้ำมูกหรือเสมหะ จากนั้นใช้ที่บีบดูดน้ำมูกหรือเครื่องดูดน้ำมูกเพื่อนำน้ำมูกเหล่านั้นออกมา
  • ให้ลูกน้อยสูดดมไอน้ำจากเครื่องทำไอระเหยเพื่อให้ทางเดินหายใจชุ่มชื้นและหายใจได้สะดวกขึ้น อย่างไรก็ตาม คุณพ่อคุณแม่ต้องปฏิบัติตามคำแนะนำในการรักษาความสะอาดเครื่องมือดังกล่าวจากผู้ผลิต เพราะถ้าหากเครื่องมือสกปรก เชื้อโรคจะสามารถเข้าสู่ทางเดินหายใจได้ง่ายขณะสูดดมไอน้ำ
  • ระวังไม่ให้ลูกน้อยอยู่ใกล้ควันบุหรี่ สีที่ยังไม่แห้ง ควันจากไม้ฟืน หรือฝุ่นควันอื่นๆ ที่รบกวนทางเดินหายใจซึ่งอาจทำให้หายใจลำบากมากขึ้น  การสูดดมควันบุหรี่จะทำให้อาการเจ็บป่วยจากเชื้อไวรัส RSV หรือไวรัสในระบบทางเดินหายใจอื่นๆ รุนแรงขึ้น
  • หากลูกน้อยของคุณอายุน้อยกว่า 3 เดือน คุณควรปรึกษาแพทย์ก่อนให้ยาพาราเซตามอลสำหรับทารกเพื่อบรรเทาอาการเจ็บป่วยของลูก หากลูกน้อยของคุณอายุ 6 เดือนขึ้นไป คุณสามารถให้ยาไอบูโพรเฟนหรือพาราเซตามอลสำหรับเด็กแก่ลูกน้อยของคุณได้ในปริมาณที่เหมาะสม
  • ไม่ควรซื้อยาแก้หวัดมาให้ลูกน้อยหรือผู้ที่ติดเชื้อมารับประทานเอง ยกเว้นได้รับการอนุญาตจากแพทย์ การรักษาด้วยวิธีนี้อาจหายจากอาการป่วยได้เร็ว แต่อาจจะส่งผลเสียที่รุนแรงกว่าเดิมหรืออาจมีผลข้างเคียงที่ร้ายแรงได้

การป้องกันการติดเชื้อไวรัส RSV

ปัจจุบันยังไม่มีวัคซีนป้องกันเชื้อไวรัส RSV แต่คุณพ่อคุณแม่สามารถดูแลรักษาสุขภาพของตนเองและลูกน้อย เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส RSV ได้ ดังนี้

  • ล้างมือบ่อยๆ คุณพ่อคุณแม่ควรให้ เด็กๆ และคนรอบข้างหมั่นล้างมือให้สะอาดอยู่เสมอ โดยเฉพาะก่อนสัมผัสตัวลูกน้อยของคุณ
  • หลีกเลี่ยงการสัมผัส หลีกเลี่ยงสถานที่แออัดและสถานที่ที่มีผู้ป่วยเป็นโรคไข้หวัด โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากทารกดังกล่าวคลอดก่อนกำหนด หรืออยู่ในช่วงอายุ 2 เดือนแรก อาจจะให้ลูกน้อยอยู่บ้านในช่วงที่ไวรัส RSV ระบาด (ปกติจะอยู่ในช่วงเดือนพฤศจิกายนถึงเมษายน โดยเชื้อจะระบาดมากที่สุดในช่วงเดือนมกราคมถึงกุมภาพันธ์)
  • ทำความสะอาดสิ่งรอบตัว คุณควรหมั่นรักษาความสะอาดในห้องครัวและเคาน์เตอร์ห้องน้ำอยู่เสมอ และทิ้งกระดาษชำระที่ใช้แล้วทันที
  • ไม่ใช้ข้องใช้ เช่น แก้วน้ำจานชาม ร่วมกับผู้อื่น เวลาที่คุณพ่อคุณแม่หรือคนใกล้ตัวมีอาการป่วย คุณควรใช้แก้วน้ำส่วนตัวหรือใช้แก้วน้ำแบบใช้ครั้งเดียวทิ้ง และควรมีการติดป้ายชื่อแก้วน้ำส่วนตัวของแต่ละคน
  • ไม่สูบบุหรี่ ทารกหรือลูกน้อยที่ได้รับควันบุหรี่จะมีความเสี่ยงสูงขึ้นที่จะติดเชื้อไวรัส RSV และอาจมีอาการเจ็บป่วยที่รุนแรงกว่าปกติ หากคุณสูบบุหรี่ จะต้องไม่สูบในบ้านหรือในรถ
  • ทำความสะอาดของเล่นอยู่เสมอ คุณควรทำความสะอาดของเล่นโดยเฉพาะอย่างยิ่งเวลาที่ลูกน้อยหรือเพื่อนลูกของคุณไม่สบาย
    ดูแลสุขภาพของตนเองอยู่เสมอ 
  • ฉีดวัคซีนป้องกันโรคไข้หวัดใหญ่เป็นประจำทุกปี

ยาป้องกันการติดเชื้อไวรัส RSV

ยาป้องกันโรคติดเชื้อทางเดินหายใจ หรือที่เรียกว่า Palivizumab (Synagis) สามารถช่วยป้องกันโรคให้แก่เด็กที่มีความเสี่ยงสูงที่จะเกิดภาวะแทรกซ้อนรุนแรงจากเชื้อไวรัส RSV ยาดังกล่าวควรใช้ในเด็กที่คลอดก่อนกำหนด (ก่อนอายุครรภ์สัปดาห์ที่ 29) ที่อายุต่ำกว่า 1 ขวบ แต่ไม่ควรใช้กับเด็กที่คลอดหลังอายุครรภ์สัปดาห์ที่ 29 ที่มีสุขภาพแข็งแรง

นอกจากนี้ แพทย์ยังแนะนำให้ใช้ยาดังกล่าวกับลูกน้อยที่มีสภาวะดังต่อไปนี้

  1. ทารกคลอดก่อนกำหนดที่เป็นโรคปอดเรื้อรัง
  2. ทารกอายุน้อยกว่า 12 เดือนที่เป็นโรคหัวใจตั้งแต่กำเนิด
  3. เด็กอ่อนและเด็กวัยหัดเดินอายุต่ำกว่า 2 ขวบ ที่ได้รับออกซิเจนอย่างน้อย 1 เดือนตั้งแต่แรกเกิด และยังคงต้องเข้ารับการรักษาเกี่ยวกับปอด
  4. เด็กอายุไม่เกิน 2 ขวบที่อาจมีภูมิคุ้มกันต่ำในช่วงฤดูที่ไวรัส RSV ระบาด


Cr. https://www.honestdocs.co/respiratory-viruses-rsv-virus

Powered by MakeWebEasy.com